ต้นตาลใบด่าง ไม้งามที่ฟ้าประทานให้มา

ตาลด่าง (ตาลโตนดด่าง) Borassus flabellifer variegated
น้องโอมเจอตาลโตนดด่างต้นนี้ตั้งแต่ก่อนเดือนตุลาคมแล้ว
(อยากได้ต้นตาลโตนดด่างมานานแล้ว และงานนี้ถือโอกาสทดลองย้ายกล้าต้นตาลโตนดที่เขาว่ากันว่าย้ายยากมากด้วยเลย ยิ้มแฉ่ง )
 
ภาพต้นตาลโตนดด่างที่น้องโอมถ่ายภาพแล้วส่งมาให้ทางเมล์ (12/10/52)
 
28/10/53 เวลา 17:17 น.
ช่วงปลายเดือนตุลาคมได้ไปดูที่ๆน้องโอมเจอตาลโตนดด่างต้นนี้
ตำแหน่งที่อยู่ของกล้าตาลโตนดด่างต้นนี้งอกอยู่ริมถนนเลย
สภาพโดยรอบน้ำท่วมขังเรื่องที่คิดขุดย้ายตอนนี้เลิกคิดไปได้เลย
เพราะถ้าขุดขึ้นมาตอนนี้ตุ้มดินแตกแน่ๆ และถ้าตุ้มดินแตกโอกาส
ที่ต้นตาลโตนดด่างต้นนี้รอดชีวิตคงไม่มี สู้เสี่ยงปล่อยเอาไว้อย่าง
นี้ไปก่อนดีกว่าย้ายไปแล้วตาย คิดเสียว่า “ถ้าตาลโตนดด่างต้นนี้
ไม่ใช่ของเรา ยังไงเราก็คงไม่ได้ไปครอบครอง ”  เกาะที่มีต้นปาล์ม 
 
 
วันที่ 6 ธันวาคม 2552 น้องโอมแจ้งมาว่าสภาพโดยรอบไม่มีน้ำ
ท่วมขังแล้วและสภาพดินแห้งแล้ว
 
วันนี้7 ธันวาคม 2552 เวลา 13:57น. เราเข้าไปเพื่อทำการขุดล้อม
สภาพโดยรอบเวลานี้พื้นดินแห้งมากๆ
จากการตรวจดูพบว่ากล้าตาลโตนดทั้งกอนี้มีทั้งหมด3 ต้นเกิด
จากผลๆเดียวที่มีเมล็ด3 เมล็ด
 
ต้นใบด่างยังไม่มียอดใหม่ออกมา แบบนี้ย้ายได้สบายเลย การ
ขุดย้ายต้นที่กำลังออกใบใหม่ โดยมากแล้วใบใหม่จะแห้งทำ
ให้การฟื้นคืนสภาพยากขึ้นและต้องใช้เวลามาก
 
ตำแหน่งที่ขุดต้นตาลโตนดกอนี้ จะเห็นได้ว่าอยู่ริมถนนเลย
 
เมล็ดชุดนี้ตกลงมาจากหนึ่งในสองต้นในภาพนี่แหละ (กอนี้มีต้น
ตัวเมีย 2 ต้น และต้นตัวผู้ 1 ต้น) อยู่อีกฟากหนึ่งของถนน
 
เริ่มลงมือขุด ถากหญ้าโดยรอบออกก่อน
 
 
 สภาพดินเวลานี้แห้งและแข็งมาก ทำให้การขุดยากขึ้นไปอีก แต่ในกรณีที่ดินแห้งก็ดี
อยู่อย่างตุ้มดินไม่แตกง่าย
การขุดล้อม เราขุดตุ้มดินค่อนข้างใหญ่และลึก ขนาดของตุ้มดิน
เมื่อขุดเสร็จ  น้ำหนัก………ประหลาดใจ   หนักมากๆ
มันจะไม่หนักได้อย่างไรละ ก็ดินข้างถนนตรงนั้นมันเต็มไปด้วยหินทั้งนั้น
 
 เวลา 17:41 น
ภาพนี้ถ่ายที่บ้านสวนที่สุพรรณฯหลังจากย้ายลงจากรถมาวางลง
ณ.ตำแหน่งที่จะปลูกแล้วตำแหน่งที่เอาลงปลูกอยู่กลางแจ้งเลย
ไม่มีร่มเงาใดๆทั้งสิ้น
 
ตุ้มดินที่แตกไปครึ่งหนึ่งเกิดช่วงขนย้ายขึ้นรถ โชคดีทีต้นใบด่าง
เป็นต้นที่อยู่ตรงกลางต้นที่เห็นรากในภาพเป็นต้นใบไม่ด่าง ขนาด
ต้นใหญ่เป็นอันดับสอง
 
 ต้นที่เห็นในภาพต้นนี้คงช๊อคแน่ๆและอาจจะไม่รอดอีกด้วย แต่เรายังไม่เอาต้นนี้ออก
ทิ้งตอนนี้ เพราะสภาพตุ้มดินตอนนี้พร้อมที่จะแตกได้ทุกเวลา
ดูจากภาพบนจะเห็นรอยแยกอีกรอยพาดผ่านกลางตุ้มดินได้ชัดเจน ดังนั้นเราจะปล่อยต้น
ที่เห็นในภาพเอาไว้แบบนี้ไปก่อน รอให้ต้นใบด่างฟื้นตัวก่อนค่อยเอาต้นใบเขียวออกทั้งหมด
จากภาพถ่ายจะเห็นได้ว่า ระดับความลึกที่เราขุดลงไป ค่อนข้างจะลึกน้อยเกินไป
แต่ทำอย่างไรได้ละ แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว   จากนี้ต่อไปคงต้องอาศัยสารเคมีช่วยแล้ว
 
 
ก่อนเอาลงหลุมตรวจดูสภาพต้นตาลกอนี้อีกครั้งพบว่า ต้นที่ใบด่างเป็นต้นที่มีขนาดเล็กที่สุดในกอ
ที่เหลืออีก2 ต้นไม่มีอาการด่างให้เห็นเลย
 
ใบที่ด่างที่ออกล่าสุดของต้นใบด่างในเวลานี้คือใบด่างที่เห็นในถาพ
 
ใบสุดท้ายของต้นใบด่างไม่มีลายด่างให้เห็นเลย
 
ณ เวลานี้เท่าที่เห็น ต้นใบด่างเคยมีใบที่มีลายด่างแล้ว 2 ใบ เราก็หวังว่า
ใบใหม่ที่จะมีมาอีกคงจะมีลายด่างอีก
 
ตอนกลับเก็บผลตาลโตนดสุกที่ตกบริเวณนั้นกลับมาฝากเพื่อน
(มร.พอล)ด้วยเลย ยิ้มแฉ่ง
 สภาพหลังจากเอาต้นตาลทั้งกอนี้ลงดินแล้วเราจักการเรื่องการทำ
บังแดดและลม(แบบลูกทุ่ง) เพื่อลดการคายน้ำในช่วงการพื้นฟู
สภาพต้น เราทำคลุมหมดทุกด้านเลย
 
24/12/52 18: 52 นับจากวันที่ขุดย้ายมาจนถึงวันนี้ก็ผ่านมา 17 วันแล้วจากสภาพโดยทั่วไป
มีใบแห้งไปบ้างพอสมควร แต่เป็นกับต้นที่ติดกับตุ้มดินด้านที่แตกมากที่สุด (ต้นนี้เป็นต้นใหญ่
เป็นอันดับสองในกอที่เราคิดว่าต้องช๊อคแน่ๆนั่นแหละ) และ ต้นที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามก็มีอาการใบแห้งบ้างเล็กน้อย
ส่วนต้นใบด่าง ซึ่งเป็นต้นที่อยู่ตรงกลาง แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย จะมีเพียงส่วนที่ด่าง
สีเหลืองเท่านั้นที่แห้งไปบ้าง
 
ต้นใบด่างนอกจากไม่กระทบกระเทือนจากการขุดย้ายแล้ว ยังมีใบใหม่
ออกมาอีกด้วย (แค่ 17 วันได้ใบใหม่แล้ว อัตราการเจริญเติบโตและฟื้น
ตัวเร็วดีจริงๆ)  วันนี้ใบใหม่ยังไม่คลี่เลยยังไม่รู้ว่าจะด่างหรือไม่
 
 
5/01/53 17:38 จากวันที่ขุดย้ายมาจนถึงเวลานี้
 เวลาก็ผ่านมาเกือบเดือน สภาพต้นเป็นดังที่เห็น
ในภาพ ส่วนใบด่างที่แห้งนั้นสาเหตุเนื่องจากเชื้อรา
 
ภาพใบใหม่ของต้นใบด่าง
 
โชคดีจริงๆ ใบใหม่มีลายด่างซะด้วย ยิ้มแฉ่ง
 
11/01/53 17:54 (ผ่านมา 1 เดือนกับอีก4วันแล้ว)
สภาพต้นใบด่าง(ต้นที่เล็กที่สุดในกอ)ตอนนี้ลาย
ใบด่างเริ่มชัดขึ้นแล้ว
 
สภาพต้นที่ใหญ่ที่สุดในกอ ยอดใหม่เริ่มเจริญเติบโตขึ้น
 
สภาพต้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองในกอนี้และได้รับ
การกระทบกระเทือนจากการขุดย้ายมากที่สุด
ไม่น่าเชื่อเลยว่าตอนนี้จะมียอดใหม่ขึ้นมา แบบนี้
แสดงว่าต้นนี้น่าจะรอดชีวิตแน่ๆแล้ว เรามาคอย
ติดตามดูต่อไปดีกว่า
 
26/01/53 ตอนนี้ใบด่างใหญ่ขึ้นและสีเข้มขึ้นแล้ว
  
  
  
ครั้งแรกตั้งใจว่า หลังจากต้นใบด่างเริ่มฟื้นคืนสภาพ เราจะตัดต้นที่ใบไม่
ด่างทิ้งทั้ง 2ต้น แต่พอมาคิดดูอีกทีกว่าที่ต้นกล้าตาลจะโตได้ขนาดนี้ต้อง
ใช้เวลานานหลายปีอยู่ เลยเปลี่ยนใจตกลงจะเก็บต้นใบไม่ด่างเอาไว้ทั้ง
สองต้นเลย ปัญหาในอนาคตที่จะตามมาก็คือ ต้นที่ใบไม่ด่างจะโตเร็วกว่า
ต้นใบด่าง แนวความคิดในการแก้ไขในตอนนี้ก็คือ เราจะลดจำนวนใบของ
ต้นใบไม่ด่างลงเพื่อลดอัตราการเจริญเติบโตแล้วปล่อยให้ต้นใบด่างโตแซง
ไประยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยปล่อยให้ต้นทั้งหมดเจริญเติบโตไปตามธรรมชาติ
 
การฟื้นสภาพต้นหลังจากการย้ายปลูก
สารเคมีที่ใช้
1. H3PO4 (กรดฟอสเฟอริค) ใช้เพื่อป้องกันและกำจัดเชื้อราที่ทำให้เกิดการเน่า และเร่งการเจริญเติบโต
    ของเนื้อเยื่อพีชส่วนปลายยอดและปลายราก
2. Di-ammonium phosphates ((NH4)2 HPO4) ชื่อย่อ DAP (N:P:K 18:46:0) เป็นสารธาตุอาหาร
    ที่ช่วยเร่งความเจริญเติบโตของรากต้นพืชในช่วงเยาว์วัย และช่วยเร่งการเกิดดอกในช่วงเจริญวัยแล้ว
3. ออกซิน(Auxin) เร่งการเกิดรากใหม่ให้เร็วขึ้น
ยากำจัดแมลงและยารักษาโรคพืช
 1. คาร์โบซันแฟน (carbosulfan)   สารกำจัดแมลงชนิดดูดซึม
2. คลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) สารกำจัดแมลงชนิดดูดซึม สัมผัสและไอระเหย 
3 ไดโนทีฟูแรน ( dinotefuran) สารกำจัดแมลงชนิดสัมผัส ลักษณะเป็นเกร็ดสีม่วง
4. เบโนมิล (benomyl)สารกำจัดเชื้อราชนิดดูดซึม
 
 
ช่วงขนย้าย คลุมต้นทั้งหมดด้วยถุงดำก่อนเพื่อป้องกันการคายน้ำมากเกินไปแล้วคลุมด้วยแสลนอีกชั้นเพื่อกันลมตีถุงดำแตก
 (ระยะทางจากจากตำแหน่งที่ขุดต้นตาลถึงบ้านสวนที่สุพรรณฯ 44.5 กม)
ก่อนเอาลงปลูกรองก้นหลุมด้วย Di-ammonium phosphates (N:P:K=18-46-0)
หลังจากเอาลงปลูกแล้วรดด้วยน้ำผสม H3PO4 เพื่อป้องกันและกำจัดเชื้อราที่เป็นสาเหตุของการเน่าซึ่งอาจจะเข้าไปในบาดแผลที่เกิดจากการขุดล้อม รวมทั้งช่วยเร่งให้เกิดรากใหม่เร็วขึ้น
พ่นคลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos)ทั่วทั้งต้นเพื่อกำจัดแมลงที่อาจติดมา
โรยไดโนทีฟูแรน ( dinotefuran) ลงในซอกกาบใบเพื่อป้องกันแมลงและหนูกัดต้น
ทำบังแดดและลมด้วยแสลน 40% คลุมโดยรอบ เพื่อลดการสูญเสียความชื้นมากเกินไป
หลังจากนั้นประมาณเกือบ 14 วันพ่น คาร์โบซัลแฟน (carbosulfan) เพื่อป้องกันและกำจัดแมลงอีกครั้ง รวมทั้งรดด้วยน้ำผสมออกซินเพื่อเร่งให้เกิดรากเร็วขึ้น
11/01/53 พบว่าใบบางส่วนที่แห้งเกิดเนื่องจากเชื้อรา จึงพ่นด้วยสารกำจัดเชื้อราเบโนมิลทั่วทั้งต้นอีกครั้ง
 
 
งานนี้ต้องขอขอบคุณน้องโอมและครอบครัวน้องโอมมากครับ ที่ทำให้ความฝันเป็นจริง
ติดตามตอนต่อของเรื่องนี้ —>>>>
 
 
 

 

เวปไซด์คนรัก ปาล์ม :  http://www.212cafe.com/freewebboard/list3.php?user=tavatpalm
 
 

About sala12a

A simple man, easy going ......
This entry was posted in ประสบการณ์, วิชาการ. Bookmark the permalink.

6 Responses to ต้นตาลใบด่าง ไม้งามที่ฟ้าประทานให้มา

  1. Tip says:

    จะแอบมาโขมยซะต้น แต่ไม่ดีกว่า ดูท่าทางเจ้าของจะหวงนะ แต่ก็อยากได้พรค่ะ

  2. Banchong says:

    น้องพรจะมาขโมยเมื่อไรละครับ พี่จะไปช่วยคอยดูต้นทางให้

  3. Samangkey says:

    อืม…ตาลด่าง ^_^

  4. มุ่ย says:

    สนุกดีนะครับ เพจนี้ ยังไงก็อัพเดทบ้างนะครับจะแวะมาเยี่ยมเยียน…..ชอบต้นตาลมากๆครับ ดีแล้วหละครับที่ย้ายเค้ามา เพราะบางทีเจอคนทำไม่เป็นก็อาจตายได้…..รักษาไว้ให้เด็กรุ่นหลังได้ศึกษา ยอดเยี่ยมครับ

  5. sala12a says:

    ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมชม เรื่องอัพเดทด้วยความยินดีครับจะอัพเดทไปเรื่อยๆครับ

  6. Pingback: ต้นตาลใบด่าง ตอนที่ 2 (ตาลโตนดด่าง) Borassus flabellifer variegated ( Part II ) | Banchong's space

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s